สถิติการทำประตูในพรีเมียร์ลีก ช่วงเวลาไหนทีมชอบยิงสุด

สถิติการทำประตูในพรีเมียร์ลีก ช่วงเวลาไหนทีมชอบยิงสุด

ถ้าอยากรู้ว่าทีมในพรีเมียร์ลีกชอบยิงตอนไหนที่สุด นอกจากความรู้สึกในการเชียร์ที่หน้าจอ ควรมองลึกลงไปดูตัวเลขของการแข่งขัน เพราะสถิติบางอย่างสามารถเปลี่ยน ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ได้เลย ซึ่งมันยังช่วยให้เราอ่านเกมได้ขาดขึ้น และมองรูปเกมต่างจากเดิม โดยวันนี้เราจะพาคุณไล่ดูสถิติจากหลายฤดูกาล ตั้งแต่นาทีแรกจนถึงทดเวลาเจ็บ พร้อมดูด้วยว่าประตูมาจากจังหวะแบบไหนบ้าง ทั้ง Set-piece และ Counter-attack เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์เกมและช่วยตัดสินใจเวลาคาดเดาสกอร์ ได้แบบมีเหตุผลรองรับมากกว่าการคาดคะเน

สถิติการยิงประตูตามช่วงเวลาของพรีเมียร์ลีก จากนาทีแรกถึงนาทีสุดท้าย

สถิติการยิงประตูตามช่วงเวลาของพรีเมียร์ลีก จากนาทีแรกถึงนาทีสุดท้าย

ในสถิติ 3 ฤดูกาลย้อนหลัง ช่วงเวลา 0-15 นาทีเป็นเวลาที่มีประตูน้อยที่สุด ราวๆ 8.2% ของทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่ทั้งสองทีมยังอยู่ในช่วงการอ่านเกม จับจังหวะ ดูแท็กติกกันก่อน เลยยังไม่มีใครกล้าเปิดหน้าแลกแบบเต็มตัว ซึ่ง จากสถิติ 3 ฤดูกาลย้อนหลัง พบว่า

  • 16-30 นาที จังหวะการเล่นของทั้งสองฝั่งเริ่มคลายตัว รูปเกมชัดขึ้น การเคลื่อนที่เริ่มสัมพันธ์กันมากขึ้น ทำให้จำนวนประตูเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 14.7%
  • ช่วง 31-45 นาที หรือท้ายครึ่งแรก ตัวเลขขยับขึ้นมาเป็นประมาณ 18.3% โดยเฉพาะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก
  • ฃเริ่มครึ่งหลัง ช่วง 46-60 นาที เป็นอีกช่วงที่น่าสนใจ เพราะโค้ชและนักเตะได้คุยแท็กติกกันในห้องแต่งตัว ซึ่งอาจมีการปรับแผน เปลี่ยนตัว หรือเปลี่ยนรูปแบบการเล่นใหม่ ทำให้ช่วงนี้มีประตูเกิดขึ้นประมาณ 16.9%
  • พอเข้าสู่ช่วง 61-75 นาที ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณว่าล้าแล้ว วิ่งมานานทั้งเกม การตัดสินใจและการเคลื่อนที่เริ่มช้าลง แต่ประตูในช่วงนี้กลับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 19.4%

และสุดท้ายเราก็ได้คำตอบที่ชัดเจน “ช่วงเวลาไหนทีมชอบยิงสุดในพรีเมียร์ลีก” ก็คือช่วงท้ายเกม นาที 76-90+ ที่ถือเป็นช่วงทองของการทำประตู คิดเป็นราว 22.5% หรือเกือบหนึ่งในสี่ของทุกประตูที่เกิดขึ้น แค่ใน 15 นาทีสุดท้ายรวมทดเวลาบาดเจ็บเท่านั้นเอง

ทำไมช่วงท้ายเกมถึงมีประตูมากที่สุด?

คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วทำไม 15 นาทีสุดท้ายถึงมีประตูมากกว่าช่วงอื่น? ซึ่งจริงๆ ก็มีหลายปัจจัยที่น่าสนใจอยู่เบื้องหลัง

  1. ความเหนื่อยล้าของผู้เล่น ก็มีส่วนสำคัญ วิ่ง ไล่บีบ เข้าปะทะกันมาเกือบ 80 นาที ทั้งสปีด ทั้งการตัดสินใจเริ่มตก แนวรับเลยหลวม มีช่องให้คู่แข่งเล่นงานมากกว่าต้นเกม
  2. จังหวะการเปลี่ยนตัวผู้เล่น ช่วงนาทีที่ 60-75 เป็นจังหวะที่โค้ชเปลี่ยนตัว ส่งกองหน้าหรือปีกที่ยังสดลงมา พอเข้าท้ายเกม ตัวสำรองกำลังฟิตสุดๆ ไปเจอกองหลังที่ล้ามาแล้ว โอกาสเปลี่ยนเป็นประตูก็เลยสูงขึ้น
  3. ความกดดันของทีมที่กำลังตามหลัง ยิ่งถ้าทีมไหนตามหลัง เวลายิ่งเหลือน้อยยิ่งต้องเสี่ยง เปิดเกมบุก ดันไลน์สูง บางทีให้โกลขึ้นไปเล่นลูกเซตเพลย์ด้วยซ้ำ แบบนี้ทั้งมีลุ้นตีเสมอ และมีโอกาสโดนสวนกลับให้ทีมที่นำอยู่ตอกฝาโลง

ประตูจากจังหวะต่างๆ Set-piece vs Counter-attack

ประตูจากจังหวะต่างๆ Set-piece vs Counter-attack

นอกจากช่วงเวลาที่ยิงแล้ว ยังมีอีกมุมที่น่าสนใจนั่นก็คือ จังหวะในการยิง เพราะสามารถตอบได้ว่าช่วงเวลาไหนมี ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก และมาจากการเข้าทำแบบไหนบ้าง

การทำประตูจาก Set-piece (ลูกตาย) ไม่ว่าจะเป็นลูกเตะมุม ฟรีคิก หรือเตะโทษ ข้อมูลสถิติระบุว่าประตูจากกลุ่มนี้คิดเป็นประมาณ 35-40% ของประตูทั้งหมดในพรีเมียร์ลีก และถ้าแยกย่อยภายใน Set-piece เองจะมีสัดส่วนประมาณนี้

  1. ลูกเตะมุม ประมาณ 28% ของประตูจาก Set-piece
  2. ฟรีคิกยิงตรง ประมาณ 12%
  3. จังหวะโยนบอลเข้า ประมาณ 8%
  4. เตะโทษ ประมาณ 15%
  5. ฟรีคิกทางอ้อม ประมาณ 37%

การทำประตูจาก Counter-attack (การโต้กลับ) คิดเป็นราว 18-22% ของประตูทั้งหมดในพรีเมียร์ลีก และมักมาเยอะสุดในช่วง 61-90+ นาที เพราะรูปเกมเปิด ทีมที่ตามหลังต้องเสี่ยงดันเกมสูง ทิ้งพื้นที่ด้านหลังให้โดนสปีดและบอลทะลุช่องเล่นงานได้ง่าย ทีมอย่าง Liverpool, Manchester City และ Arsenal คือ Pattern ที่ชัดเจนของจังหวะสวนกลับที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะช่วง 10 นาทีสุดท้ายที่คู่แข่งเริ่มล้าแต่ยังต้องเปิดเกมบุก

Pattern การทำประตูของทีมชั้นนำในพรีเมียร์ลีก

Pattern การทำประตูของทีมชั้นนำในพรีเมียร์ลีก

ถ้าโฟกัสดูเฉพาะทีมในกลุ่ม “บิ๊กซิกซ์” เราจะเห็น Pattern การยิงประตูที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละทีม และช่วยตอบในรายละเอียดได้มากขึ้นว่า ช่วงเวลาไหนทีมชอบยิงสุดในพรีเมียร์ลีก สำหรับแต่ละสโมสร

  • Manchester City กระจายการทำประตูทั้งเกม แต่เด่นสุดคือช่วง 61-75 นาที ที่ทำได้ราว 24.3% เพราะมักครองบอล บีบพื้นที่ และคุมเกมจนคู่แข่งพลาดเอง
  • Liverpool ทำประตูช่วง 76-90+ นาที มากที่สุดราว 28.7% ด้วยสไตล์ Gegenpressing ที่ไล่บีบทั้งเกม ทำให้คู่แข่งล้าและมักเสียประตู ตอนรับชมอาจคิดว่าจบแล้วแต่มันยังไม่จบ
  • Arsenal โดดเด่นในช่วง 31–45 นาที (ประมาณ 21.4%) และ 76-90+ นาที (ราว 25.8%) โดยเฉพาะลูกเตะมุมและฟรีคิกที่ไม่ต่างจากจุดโทษ ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญของปืนใหญ่ยุคนี้
  • Chelsea ทำประตูได้ดีในช่วง 46–60 นาที ราว 22.1% มักมาจากผลของการปรับแท็กติกในห้องแต่งตัว พอกลับมาครึ่งหลังแผนเริ่มเข้าที่ ประตูก็ตามมา
  • Manchester United เคยดังเรื่องประตูท้ายเกมยุค “Fergie Time” แม้ตอนนี้จะไม่เเหมือนเดิม แต่ก็ยังยิงช่วง 76-90+ นาที ได้ราว 24.6% สะท้อนว่า DNA ของยูไนเต็ดยังมีอยู่
  • Tottenham Hotspur ขึ้นชื่อเรื่องสวนกลับเร็ว เลยมีประตูส่วนใหญ่ในช่วง 61-90 นาที ตอนที่คู่แข่งต้องเปิดเกมบุก แล้วโดนสปีดแนวรุกไก่เดือยทองเล่นงานกลับไป

ข้อมูลฤดูกาลปัจจุบัน ช่วงเวลาการทำประตูของพรีเมียร์ลีก

ในซีซั่นปัจจุบัน ถ้าได้ดูเกมและ ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ที่เตะกันมาแล้ว จะเห็นภาพใกล้เคียงกับสถิติหลายปีที่ผ่านมาอยู่มาก ประตูท้ายเกมยังไม่มีให้เห็นมากนัก โดยเฉพาะหลังนาที 75 ที่ความล้าของผู้เล่นเริ่มชัด การเปลี่ยนตัวตัวรุกถูกส่งลงมาเติมเกม และทีมที่ตามหลังจำเป็นต้องดันเกมสูง เปิดพื้นที่ให้ทั้งลูกสวนกลับและลูกตั้งเตะเล่นงาน ช่วงท้ายเกมเลยยังเป็นช่วงเวลาที่พลิกหน้ากระดานได้เสมอ

สรุป

สถิติจากหลายฤดูกาลชี้ชัดว่า “ช่วง 76-90+ นาที” คือช่วงที่ทีมในพรีเมียร์ลีกทำประตูได้มากที่สุด เพราะนักเตะเริ่มล้า เกมรับหลวม มีการเปลี่ยนตัวเสริมพลัง และทีมที่ตามหลังต้องเปิดหน้าแลก ทำให้ทั้งประตูจากลูกตายและจังหวะสวนกลับจะเกิดขึ้นบ่อยเป็นพิเศษ ตรงกันกับหลายทีมใหญ่ที่มักมีทีเด็ดในช่วงท้ายเกม ทำให้ช่วง 15 นาทีสุดท้ายนี้กลายเป็นช่วงเวลานาทีบาปอยู่บ่อยครั้ง และเวลาเข้าไปเช็กตารางแข่งกับราคาบอลใน scorefootball คุณเลยไม่ได้ดูแค่ทีมต่อ-รอง แต่เอาแพทเทิร์นการยิงประตูมาช่วยคิดได้ด้วย ว่าคู่ไหนชอบยิงท้ายเกม คู่ไหนปิดจ๊อบไวตั้งแต่ครึ่งแรก ทำให้การดูราคาบอลไม่ใช่แค่การคาดคะเนโดยไม่มีข้อมูลนั่นเองครับ

Scorefootball เป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล การแข่งขันทุกลีค ให้บริการทั้ง ผลบอลสด ดูบอลสด ไฮไลท์บอล และทีเด็ดบอล สามารถเช็คผลบอลสดวันนี้ และอัตราต่อรอง แสดงผลเป็นตารางพร้อมภาษาไทย เช็คง่าย พร้อมให้บริการดูบอลสดออนไลน์ แบบ Full HD คมชัด ไม่มีกระตุก และยังมีไฮไลท์บอล ครบทุกลีค อีกทั้งยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับทีเด็ดบอล เทคนิควิเคราะห์ผลบอลครบทุกคู่ ทุกการแข่งขัน การันตีแม่นทุกคู่

 

Copyright scorefootball © 2025 สงวนลิขสิทธิ์