BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
[email protected]
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
เรอัล มาดริด โอกาสอย่างเยอะแต่จบสกอร์กันไม่ได้เอง สุดท้ายเจอหมัดน็อกของ เอสปันญ่อล สวนกลับท้ายเกมเอาชนะ 1-0 จากประตูชัยของ คาร์ลอส โรเมโร่ นาทีที่ 85 แถมยังต้องมาเสียกองหลังคนสำคัญอย่าง อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ที่บาดเจ็บไปตั้งแต่ครึ่งแรกอีก
เอสปันญ่อล
Starting Formation: 4-4-2
17.
โจเฟร การ์เรราส

67′
19.
อูร์โก้ กอนซาเลซ

66′
2.
โรเบร์โต้ เฟร์นานเดซ

74′
7.
ฆาบี้ ปัวโด้

83′
ตัวสำรอง
5.
เฟร์นานโด กาเรโล่

83′
12.
อัลบาโร่ เตเฆโร่

67′
9.
อเลโฆ่ เบลิซ

74′
31.
อันโตนิอู โรก้า

66′
ลาลีกา สเปน
สนาม อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม
เสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568
กรรมการ อเลฆานโดร มูนิซ
เอสปันญ่อล
1
0
เรอัล มาดริด
เอสปันญ่อล ไม่มี โฆเซ่ กราเกร่า, ปาโบล รามอน และ ไบรอัน โอลิบาน ที่เจ็บ
ฝั่งของ เรอัล มาดริด ยังขาด เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า, ดานี่ การ์บาฆาล และ เอแดร์ มิลิเตา ที่เดี้ยงอยู่
ทางด้าน วินิซิอุส จูเนียร์ ที่ติดโทษแบนจากเกมยุโรปเมื่อกลางสัปดาห์พร้อมเป็นตัวเลือกและลงตัวจริงอีกครั้ง
รูดิเกอร์ เจ็บต้องถูกปลี่ยนตัวออก
มาดริด ต้องเปลี่ยนตัวเร็ว หลัง รูดิเกอร์ มีอาการบาดเจ็บแถวเข่าซ้ายแล้วเล่นต่อไม่ไหว อเซนซิโอ ถูกส่งลงสนามแทน
โจเฟร หักข้อเสาแรก คูร์กตัวส์ ยังไม่พลาด
เอสปันญ่อล ได้ลุ้นบ้าง โจเฟร ลากไปยิงด้วยซ้ายจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งจะเสียบเสาแรกแต่ คูร์กตัวส์ ยังพุ่งไปรับได้ทัน
วินี่ ยิงเข้าสวยแต่โดนจับฟาวล์ก่อน
มาดริด อดได้ประตูขึ้นนำก่อนอย่างน่าเสียดาย วินิซิอุส ปั่นเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม แต่โดนผู้ตัดสินเป่าว่า เอ็มบัปเป้ ไปทำฟาวล์ โลซาโน่ ก่อน
จู๊ด ยิงเบาเกินไป การ์เซีย รับสบาย
มาดริด เพิ่งจะมีโอกาสลุ้นทำประตูเข้ากรอบครั้งแรก บาซเกซ จ่ายให้ เบลลิงแฮม ปั่นแบบไม่จับเลย แต่บอลเบาเข้าซอง การ์เซีย
โรเมโร่ ลากอย่างสวยแต่ยิงน่าผิดหวัง
เอสปันญ่อล เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะเกี่ยวบอลลงอย่างสวยของ โรเมโร่ จากนั้นลากเข้าเขตโทษแต่ยิงด้วยซ้ายข้ามคานเฉยเลย
จู๊ด ซัดเกือบให้ราชันขึ้นนำ
มาดริด พลาดได้ประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย เบลลิงแฮม รับบอลจาก บาซเกซ หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนยิงด้วยซ้ายเต็มแรงติดเซฟ การ์เซีย ทะลักเข้าทาง เอ็มบัปเป้ ซ้ำไปชนคาน
โรดรีโก้ ยัดเสาแรกแต่เข้าข้างหน้าต่าง
มาดริด โอกาสเยอะกว่าอย่างเห็นชัด แต่พวกเขาไม่เฉียบขาดพอ จังหวะนี้ โรดรีโก้ ไถเข้าเขตโทษแล้วซัดเสาแรกแต่เข้าข้างหน้าต่าง
จู๊ด ลักไก่ยิงเสาแรกแต่หลุดกรอบ
ได้ลุ้นเลยจังหวะนี้ของ เบลลิงแฮม ที่รับบอลจาก โรดรีโก้ แล้วหลอกยิงเสาแรกเลยแต่บอลหลุดกรอบแบบไม่ไกลเลย
วินี่ ยิงเรียด ๆ หลุดเสาไกลไม่ห่าง
โอกาสของทีมเยือนต่อเนื่องเลย วินิซิอุส ลากตัดเข้าในก่อนซัดด้วยขวา บอลพุ่งเรียดแต่หลุดเสาไกลออกไป
โรดรีโก้ อย่างพลิ้วยิงไม่เข้าอีก
มาดริด ยังไม่ได้ประตูขึันนำ โรดรีโก้ รับบอลจาก เอ็มบัปเป้ ก่อนพลิ้วจนได้ยิง บอลชนเสาแล้วกระเด้งเข้าซอง การ์เซีย แบบหวุดหวิด
เอ็มบัปเป้ ปั่นโค้ง ๆ ยังติดเซฟอีก
บุกเป็นพายุเลยสำหรับ มาดริด เวลานี้ เอ็มบัปเป้ ปั่นบอลโค้งจะมุดเสาไกลอยู่แล้ว แต่ การ์เซีย ยังพุ่งเซฟได้ทัน
โรเมโร่ ทำเซอร์ไพรส์! นกแก้วนำ 1-0
บุกน้อยกว่าแต่เด็ดขาดกว่าสำหรับ เอสปันญ่อล จากจังหวะสวนกลับ ที่เจ้าบ้านแย่งมาตรงกลางสนาม จากนั้น เอล ฮิลาลี่ หยอดให้ โรเมโร่ แปสวน คูร์กตัวส์ เข้าไป
จบเกม เรอัล มาดริด บุกแพ้ เอสปันญ่อล 1-0 ยังคงนำเป็นจ่าฝูงด้วยการมี 49 คะแนนจาก 22 เกม แต่โดน แอตเลติโก้ มาดริด จี้เหลือแค่แต้มเดียวเท่านั้น
เรอัล มาดริด
Starting Formation: 4-2-3-1
17.
ลูคัส บาซเกซ

87′
22.
อันโตนิโอ รูดิเกอร์

15′
19.
ดานี่ เซบาญอส

80′
ตัวสำรอง
35.
ราอูล อเซนซิโอ

15′
10.
ลูก้า โมดริช

80′
21.
บราฮิม ดิอาซ

87′